คอมพิวเตอร์ใต้น้ำของไมโครซอฟท์
ในปี 2018 บริษัทไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีได้ส่งคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งลงไปใต้มหาสมุทรที่ความลึก 117 ฟุต
แต่ไม่ใช่เพื่อไปเป็นปะการัง
ไมโครซอฟท์ทำการทดลองนี้เพื่อทดสอบแนวคิดที่จะทำให้พวกเราได้ใช้อินเตอร์เน็ตที่เร็วขึ้น ราคาถูกลง และประหยัดพลังงานมากขึ้น
และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ชุดนี้ก็ได้ถูกนำขึ้นมาจากน้ำหลังจากเสร็จสิ้นการทดลองเป็นระยะเวลา 2 ปี และเตรียมนำแนวคิดนี้ไปใช้งานจริง
แล้วการโยนคอมพิวเตอร์ลงไปในมหาสมุทร จะทำให้อินเตอร์เน็ตเร็วขึ้นได้อย่างไร?
โดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่เราเข้าถึงได้จะถูกเก็บไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เรียกว่า “ศูนย์ข้อมูล” (Data Center) ซึ่งศูนย์ข้อมูลนี้จะตั้งอยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
แต่ด้วยข้อจำกัดทางพื้นที่ ทำให้ประชากรบางส่วนยังอยู่ห่างไกลจากศูนย์ข้อมูลมาก ทำให้ต้องระยะทางในการส่งยาว และใช้เวลานานกว่าข้อมูลจะส่งถึง
ประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ใกล้ทะเลในระยะไม่เกิน 120 ไมล์ ดังนั้นการนำศูนย์ข้อมูลไปไว้ใต้น้ำจะทำให้ผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นด้วยระยะทางที่สั้นลง
นอกจากนั้นความเย็นในทะเลยังช่วยให้ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานต่ำ เพราะไม่ต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน
ไมโครซอฟท์ยังได้เปิดเผยอีกว่าอัตราความล้มเหลวของศูนย์ข้อมูลในน้ำน้อยกว่าบนบกถึง 8 เท่า และด้วยอัตราที่ต่ำนี้ทำให้ไมโครซอฟท์มีแผนที่จะเปลี่ยนศูนย์ข้อมูลทุก 5 ปี แทนที่จะซ่อมบ่อย ๆ
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจที่จะมาพลิกโฉมวิธีการเก็บข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลทั่วโลก ซึ่งเราจะได้ประโยชน์จากนวัตกรรมนี้อย่างแน่นอน
Written by BTP
Illustrated by Schwaiger

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น